[Fiction KHR] Pisses me of about HELL!! (9th3)

posted on 27 Jan 2010 20:43 by aiwendil  in Fiction

 

Title : Pisses me of about HELL!!
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Author : AiwenDil
Pairing : 9th x Xanxus

Warning: ผู้ที่ยึดมั่นในศีลธรรมไม่สมควรอ่านเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

                     ผู้ที่ไม่ชอบคู่ที่อายุห่างกันมากกว่ารอบไม่สมควรอ่านเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

                     ผู้ที่ไม่มีจิตใจใฝ่วิปริต(?)ไม่สมควรอ่านเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

                ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ไม่สมควรอ่านเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

                   การเตือนถือเป็นการสิ้นสุด หากผู้ประสงค์จะอ่านจะเลื่อนลง หากผู้ไม่ประสงค์จะอ่านก็โปรดปิดหน้าเว็บนี้ได้เลย ขอบคุณค่ะ

 

……………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

มันไม่ใช่พ่อฉัน!

มันไม่ใช่หัวหน้าใหญ่วองโกเล่ผู้เกรียงไกล

มันเป็นแค่....

 

 

ไอ้แก่ตัณหากลับ!!

 

 

 

 

“ส่งเสียงหน่อยสิ แซนซัส” นิ้วใหญ่ดุนดันผ่านเรียวปากคมเข้าเล่นกับลิ้นร้อนภายใน มืออีกข้างบีบเค้นต้นขาด้วยแรงราคะ 

 

 

เจ้าของนามสะบัดหน้าหนีพร้อมกับใช้สายตาจิกกัดเหมือนต้องการให้คนตรงหน้าดาวดิ้นไปเสียเดี๋ยวนั้น “แกมันไอ้แก่บัดซบ ไปตายซะไอ้ทุเรศเอ๊ย!” หากหยิบปืนขึ้นยิงได้ เขาคงทำไปแล้ว เสียอย่างเดียวคือเขาถูกเครื่องพันธนาการรัดรึงติดแน่นกับเตียงหนานุ่มที่ตอนนี้กลายเป็นแท่นกิโยตินสังหารเขาทั้งเป็น

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันบุกเข้าหาเขา....แซนซัสแทบอยากจะฆ่ามันให้ตายตั้งแต่มันรับเขามาเลี้ยง

เขาลืมไปได้อย่างไรถึงความชั่วร้ายของมาเฟียที่แท้จริง เมื่อมันเห็นเขาครั้งแรก....สายตารักใคร่ที่มอบมาให้ ทำให้แซนซัสหลงคิดว่ามันรักเขา อย่างที่พ่อคนหนึ่งจะรักลูกตัวเอง....

 

 แต่ไม่ใช่! มันแค่เห็นเขาเป็นเครื่องระบาย! เป็นเพียงเด็กที่ไม่รู้ประสา ที่มันจะเอามาเป็นเมียเท่านั้น!!

 

รุ่นที่ 9 ยิ้มขำอย่างเอ็นดู เคลื่อนมือทั้งสองขึ้นยกสะโพกของแซนซัสขึ้นสูง ก่อนจะกระแทกตัวเองถาโถมเข้าใส่อย่างไม่ยั้งมือ “อา!!” ยิ่งได้ยินเสียงร้องยิ่งฝังแนบกายทั้งแรงและเร็วให้มากขึ้นมากขึ้น

“แซนซัส....เธอเป็นเด็กที่น่ารักมาก” รอยยิ้มรักใคร่มาพร้อมกับสัมผัสหนักหน่วงที่กลีบปากแดงระเรื่อ บอสใหญ่วองโกเล่ไม่สนใจอาการประท้วงด้วยการกัดลิ้นเขาจนชาของเด็กหนุ่มผมดำขลับ จะกัดจนขาดก็ช่าง...แต่อย่าคิดว่าเขาจะหยุดแล้วกัน

 

“อึก อื้อ!” ชายที่มีผมสีดอกเลาเกือบทั้งศีรษะกระแทกกายซ้ำเข้ามาลึกจนแทบหลอมหลวมเป็นเนื้อเดียวกัน แซนซัสสะดุ้งเฮือก ฝ่ามือเกร็งกำแน่นเข้าหากันพร้อมกับจิกเล็บลงบนเนื้อระบายความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เด็กหนุ่มแทบจะทนไม่ไหวต้องขยับกายไปตามจังหวะด้วยความเผลอไผล “อา อา....”

 

รุ่นที่ 9 ยิ้ม ยันตัวขึ้นเป็นมุม 90 องศา บดเบียดความรักความใคร่เข้าใส่คนด้านใต้ที่แอ่นสะโพกรับ ศีรษะเงยเชิดอย่างพึงใจกับช่องทางรัดแน่น ปากพึมพำเสียงครำเครือในลำคอ “เยี่ยมมาก อา...” แล้วชายแก่ก็บรรเลงบทรักรุนแรงขึ้น ระบายยิ้มกับเสียงร้องครางฟังไม่ได้ศัพท์ของคนที่เขารับเลี้ยงเป็นลูกชาย ความร้อนรุ่มกระตุ้นให้ร่างกายเหมือนจะระเบิด ความกระสันซ่านกระทุ้งท้องน้อยและปลายนิ้วจนทะลักพวยพุ่งใส่ร่างกายเต่งตึงของลูกชาย

 

แซนซัสแทบไม่มีแรงส่งเสียงระลอกสุดท้าย มีเพียงลมหายใจหอบเหนื่อยกับการบีบรัดต่อสู้กับคนที่ฝังกายลึกเข้ามาเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าของดวงตาสีเพลิงสั่นระริก ลำตัวเกร็งค่อยๆ ผ่อนคลายขณะที่ชายผู้มีอำนาจควบคุมถอนกายออก ก่อนจะละเลงให้ร่างกายเด็กหนุ่มแปดเปื้อนด้วยคราบความสุขลึกล้ำ

 

“....” รุ่นที่ 9 แห่งวองโกเล่แฟมิลี่มองริมฝีปากแดงระเรื่อที่ถูกขบเม้มอย่างแรงด้วยความหลงใหล กระแสตัณหาที่คิดว่าคงจบสิ้นไปแล้ว กำลังผลักดันขึ้นมาอีก

เขาโน้มตัวลงขนานเตียง แนบรอยจุมพิตแผ่วเบาก่อนจะหยัดกายขึ้นอีกครา เคลื่อนปลายนิ้วป้ายเอาน้ำรักไปจ่อให้เด็กหนุ่มกิน

 

นัยน์ตาสีเพลิงแววโรจน์จ้องเขม็งอย่างเคืองแค้น “จะทำบ้าอะไร!

“กินซะสิ” คำตอบสั้นง่าย กลับทำให้คนฟังกลั้นใจไม่ดีดดิ้นไม่ได้

 

“ฉันจะฆ่าแก ไอ้เฒ่าสวะ!” พูดจบไม่ทันไร ปลายนิ้วที่เคลือบด้วยหยาดน้ำขาวขุ่นก็ดุนดันเข้ามาในโพลงปาก แซนซัสแทบสำลักกับรสชาติขมแปร่งที่ไม่เคยลิ้มลอง ในขณะที่ผู้กระทำแทบสำลักกับความงดงามของภาพตรงหน้า....

 

“เธอสวยมาก....แซนซัส....เธองดงามจริงๆ” ดวงตาเลื่อนลอยจ้องตรงมายังใบหน้าอ่อนวัยก่อนจะไล่เรียงต่ำลงมายังร่างกายที่ถูกโลมเลียรุนแรง

 

มันบ้าไปแล้ว...แซนซัสประมวลความคิดขณะส่งเสียงครวญครางอีกคราเมื่อชายผมสีดอกเลาไม่ยอมหยุดราคะที่มีขึ้นอีก...สักวัน....แซนซัสกัดฟันกรอด....สักวันฉันจะฆ่ามัน!!

 

 

 

 

 

 

 

แรงย่ำเท้าแสดงให้เห็นว่าเจ้าของฝีเท้าเป็นคนอารมณ์ร้อนขนาดไหน แซนซัสเดินเลียบริมระเบียบด้วยจิตใจขุ่นมัว มีคนก้มศีรษะเคารพก็หาได้สนใจไม่

 

 

วันนี้แหละ เขาจะต้องฆ่ามันให้ได้

 

 

มือเกร็งกระชับด้ามปืนกระบอกโตด้วยความมุ่งมั่น ใบหน้าคมคายของเด็กหนุ่มวัยรุ่นกลับถูกทดแทนด้วยสีหน้ายักษ์เดือด ประสาทหูไม่รับฟังเสียงนกกาที่ร้องลั่นอยู่ข้างๆ

 

 

“เฮ้ย แซนซัส หยุดก่อนสิว่ะ!” ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มผมสีเงินแทบจะกระโจนเข้าหยุดแซนซัสให้ได้ มือเรียวกระชากข้อมือช้ำของเขาไว้ให้หยุด

 

 

เจ้าของเรือนผมสีอีกาหันควับกลับมาตามแรงดึง “ปล่อยฉัน” เสียงสั่งคำรามลั่นในลำคอ “หรือแกก็อยากตาย”

 

 

“ไอ้งี่เง่า ใครกันแน่ที่อยากตาย! ตอนนี้รุ่นที่ 9 กำลังคุยกับตาแก่ตัวอื่นอยู่ แกยังจะแส่ไปหาที่ตายอีกหรือไง!” สควอลโล่แทบจะตะคอกใส่ใบหน้าถมึงทึงอยู่แล้ว แต่กลับต้องกัดเก็บเสียงไว้เมื่อคนเดิมผ่านไปมาหันมองเป็นตาเดียว “กลับห้องก่อน”

 

 

“อย่ามายุ่งไอ้สวะ!” ร่างสูงสะบัดมือออกให้หลุดจากการเกาะกุม เดินตะบึ่งไปยังจุดมุ่งหมายเดิม

 

 

“ไอ้....ไอ้บ้าเอ๊ย!!” คนที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังตะโกนอย่างเหลืออด อยากจะปล่อยให้มันไปตายอยู่หรอก แต่การที่เห็นแผ่นหลังอ้างว้างนั่นกำลังเดินจากไป แล้วมัน.... “รอด้วยสิ แซนซัส!” แล้วสุดท้ายก็เป็นเขาที่ต้องเร่งฝีเท้าตามไปอย่างไม่อินังขันขอบ

 

 

แต่ใช่ว่าการที่สควอลโล่เดินตามมาจะไม่ห้ามเขาสักหน่อย....ร่างสูงโปร่งเรือนผมสีเงินพูดกรอกหู เวียนซักเวียนห้าม ตลอดเส้นทางโคจร แต่แซนซัสก็ไม่เคยใส่ใจจะตอบ ไม่แม้แต่จะแยแสฟังด้วยซ้ำ “....ฟังหน่อยสิว่ะ เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะโว้ย แกมีปืนแค่ 2 กระบอก กับไอ้แก่ที่มีองครักษ์รอบกาย จะรนไปหานรกทำไมวะ”

 

 

“หุบปาก!” ไม่พูดเปล่า มือหยาบฟาดด้ามปืนเข้าใส่อีกฝ่ายจนหน้าหัน

 

 

“อุ้ก!!!” เจ็บแทบตาย แต่ก็ไม่กล้าร้องดังเพราะถึงหน้าห้องเป้าหมายพอดี สควอลโล่มองคนตบด้วยความโมโห อย่าให้ถึงคราวพ่อมันล่ะ....จะขย้ำให้ลืมตาไม่ขึ้นเลย!!!

 

 

แซนซัสเหลือบมองกลอนประตูที่เหมือนจะเร่งเร้าให้เขาจับเหลือเกิน มือหยาบเอื้อมจะจับแต่แล้วเสียงที่ดังลอดจากภายในห้องก็เหมือนตาข่ายที่ตรึงเขาไว้กับที่

 

 

“อะไร” ร่างสูงโปร่งที่ยืนเยื้องอยู่ข้างหลังถามเสียงแผ่ว เคลื่อนหน้าเข้าใกล้ด้วยความสงสัยกับอาการชะงักของคนตรงหน้า

 

 

คิ้วเรียวขมวดเป็นปมพร้อมกับเอียงหูฟังการสนทนาในห้อง “....นี้คุณก็เข้าใจแล้วใช่ไหม” เสียงแหบแห้งดังลอดให้ได้ยิน แซนซัสยิ่งตั้งสมาธิจับความด้วยความตั้งใจ “แซนซัส....เด็กที่ไม่แน่ว่าจะเป็นลูกคุณหรือเปล่าก็แข็งกร้าวเกินกว่าจะปราบพยศได้แล้ว ตอนนี้เราไม่มีผู้สืบทอดที่เหมาะสมสักคน แล้วมันก็จำเป็นมากด้วยที่ต้องรีบหาสายเลือดวองโกเล่เข้มข้น”

 

“อยากจะพูดอะไรกันแน่” เสียงของรุ่นที่ 9 ขัดขึ้น

 

 

เสียงในห้องเงียบไป....แซนซัสหรี่ตาลง แนบหูเข้ากับบานประตู ปล่อยให้สควอลโล่แหกปากกระโชกโฮกฮากกับคนที่เหลียวมองด้วยความสงสัย ผ่านไปเพียงครู่ เด็กหนุ่มก็ได้ยินประโยคที่ทำให้เส้นเลือดที่สูบฉีดทั่วร่างเย็นเยียบราวน้ำต้องลมแรง

 

 

“แต่งงานซะ....นั่นเป็นวิธีเดียวที่เราจะได้ผู้สืบทอดโดยสายเลือด ผู้หญิงที่เหมาะสมเราเตรียมไว้ให้แล้ว เหลือเพียงแค่การจัด....” ประโยคหลังจากนั้นแทบจะกลืนไปกับเสียงกรรโชกของสควอลโล่

 

 

แซนซัสเคลื่อนหน้าออกห่าง ลูกตาดำหดเข้าหากันด้วยความตกใจ....ไอ้แก่รุ่นที่ 9 จะแต่งงาน?

 

 

ความรู้สึกเหมือนบางสิ่งกำลังพังทลายต่อหน้าเกิดขึ้นในห้วงลึกของมโนทัศน์ ความรู้สึกที่เด็กหนุ่มไม่เข้าใจทำให้เขาเหมือนยืนอยู่บนมหาสมุทรกว้างไกลและจมลงไปเรื่อยๆ

 

 

“เฮ้ย แซนซัสเป็นไรไปวะ” แรงฉุดดึงที่หัวไหล่เรียกให้เด็กหนุ่มผมดำหลุดจากภวังค์ความคิด “หน้านายเหมือนเห็นผีมาโปรดเลย พวกมันคุยอะไรกัน” เขาพยักเพยิดไปทางประตู

 

 

แซนซัสไม่ตอบ ใบหน้าคมกระหวัดง้ำงอ “กลับ” กระชากตัวเองผ่านหน้าสควอลโล่ไปอย่างรวดเร็ว

 

 

“อ้าว?” เกาศีรษะตัวเองดังแกรกๆ จนเศษหนังหลุดติดเล็บออกมาเล็กน้อย ก้าวเท้าผ่านคนใส่สูทดำหลายต่อหลายคนตามหลังแซนซัสไปติดๆ ไม่กล้าปล่อยให้ห่างตา ขืนบุ่มบ่ามทำอะไรบ้าบิ่นจะดิ่งลงเหวเอาได้

 

 

“จะไปไหนก็ไปไอ้สวะ” ออกปากไล่เมื่อเดินมาสุดท้าย ห้องของเขาอยู่ตรงหน้า ส่วนตัวมันจะไปตายที่ไหนก็ไป

 

 

“....เออ แกคงไม่คิดทำบ้าๆ อีกแล้วใช่ไหม” เอ่ยถามด้วยติดสงสัย ถึงมันจะเปลี่ยนใจแล้วแต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่ลังเลอีกครั้งนี่หว่า...

 

 

นัยน์ตาสีแดงเพลิงวาวโรจน์เหล่มองด้วยความไม่พอใจ “เรื่องบ้าๆ เพียงอย่างเดียวที่ฉันทำอยู่คือ ยืนคุยกับแกตอนนี้น่ะแหละ ไอ้ฉลามบัดซบ!” กระชากประตูเปิดออกก่อนจะแทรกตัวเข้าไปแล้วส่งท้ายด้วยการกระแทกประตูใส่หน้าสควอลโล่ที่ยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียว

 

 

“ไอ้บ้านี่ คนเขาอุตส่าห์เป็นห่วง!

 

 

 

 

“เหอะ ใครขอกัน” แซนซัสพึมพำอย่างไม่พอใจนัก ร่างสูงทิ้งตัวลงกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงหนานุ่ม ดวงตาคมเฉียบปิดแน่นพร้อมกับมือที่ยกขึ้นกอดอก

 

 

นึกถึงความรู้สึกที่ได้สัมผัสยามรับรู้ว่ารุ่นที่ 9 กำลังจะแต่งงาน... อารมณ์ร้อนผุดขึ้นจากท้องน้อย ไล่เรียงขึ้นมาจนถึงดวงตาสีเพลิง ....เขารู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสีย คนที่เคยคิดว่าเป็น พ่ออีกครั้ง คนที่กกกอดพร่ำบอกรักเกือบทุกคืนวัน คนที่เขารู้สึก....

 

 

“ฉันเกลียดแกไอ้เฒ่าสวะ” และยิ่งทวีความเกลียดชังมากขึ้นเมื่อคิดถึงภาพมันมีความสุข....กับการแต่งงาน

 

 

นานเท่าไรไม่รู้ที่แซนซัสปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปช้าๆ เหมือนการครุ่นคิดและการบังคับให้สมาธิอยู่กับตัวเป็นเรื่องยากเกินความสามารถ แซนซัสไม่รู้เลยว่าเวลาล่วงเลยจนพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าเมื่อไร ไม่รู้ว่ามีคนเปิดประตูเข้ามาข้างใน ไม่รู้ว่าเสียงย่ำเท้าจะหยุดลงตรงไหน จนกระทั่งฝ่ามืออุ่นแนบเข้ากับแก้มกระด้างของเขา

 

 

แซนซัสเปิดเปลือกตาขึ้นสบมอง รอยยิ้มสดใสของชายอายุมากที่เขาคุ้นเคยปรากฏในคลองจักษุ ดวงหน้าที่มีร่องรอยผ่านร้อนหนาวเคลื่อนเข้าหา ก่อนแนบเรียวปากประทับกับกลีบสีอ่อนอย่างอ่อนโยนแล้วผละถอยแทบจะในทันที

 

 

“วันนี้ดูเธอน่ารักมากเลยนะแซนซัส” รุ่นที่ 9 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเขายิ้มมุมปาก ทรุดกายลงนั่งข้างๆ เหมือนพ่อที่จะเล่านิทานให้ลูกฟังก่อนนอน “ไม่สิ...เธอน่ะ น่ารักทุกวันอยู่แล้ว” ประทับจุมพิตที่ขมับลูกชาย

 

 

“เกิดอารมณ์อีกหรือไงไอ้เฒ่า” ร่างสูงของวัยรุ่นเบี่ยงหลบ

 

 

ชายแก่หัวเราะเสียงใส “วันนี้น่ะหรอ ไม่หรอก ฉันแค่อยากเห็นหน้าเธอเท่านั้น” สบมองดวงหน้าบูดบึ้งของเด็กหนุ่มอย่างอารมณ์ดี ฉุดรั้งร่างสูงเข้ามาในอ้อมกอดหากแต่กลับถูกปฏิเสธเหมือนที่เคยได้รับบ่อยๆ

 

 

“แต่ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก” กระแทกน้ำคำดุเดือดเข้าใส่ แต่คนมากประสบการณ์กลับทำเพียงยิ้มรับอย่างว่าง่าย

 

 

“ถ้างั้นอยากเห็นอะไรล่ะ”

 

 

เห็นแกตายไง! แซนซัสคิดจะตอบไปแบบนั้น แต่ห้ามปากไว้ไม่ให้พูดออกไป ใบหน้าคมเหลียวมองรุ่นที่ 9 ซึ่งนั่งรอคำตอบอย่างใจเย็น....บางที การเล่นกับมันเป็นครั้งสุดท้าย อาจจะทำให้มันเป็นบ้าก็ได้....

 

 

เรียวปากคมคลี่ออกจากกันก่อนจะพูดเสียงดังฟังชัด “ฉันอยากเห็น....แกกระแทกของแกใส่ฉันแรงๆ”

.

.

.

.

.

.

ปลายลิ้นหยอกเย้ากระชากอารมณ์จนต้องกรีดเสียงออกมาดังๆ หนวดแข็งคลอเคลียปลุกความเสียวซ่านทุกครั้งที่ลากผ่านผิวเนื้อ พร้อมๆ กับที่ปลายนิ้วสอดแทรกเข้าหาช่องทางบีบรัด

 

 

“อา....” แซนซัสครางอย่างพึงใจ อดรู้สึกไม่ได้ว่าเซ็กซ์ครั้งสุดท้ายสร้างกระแสวาบหวามให้สติแทบเตลิด ใบหน้าหล่อคมซุกเข้ากับหมอนนิ่มสะกดกลั้นเสียงครวญอย่างสุดความสามารถ แต่ดูเหมือนคนคอยคุมด้านบนจะอยากฟังเสียงเขาเหลือเกิน

 

 

“แซนซัส ไหนบอกว่าอยากดูไง อย่าหลับตาสิ” แทนที่จะพลิกให้เด็กหนุ่มนอนหงาย เขากลับดึงซีกกายซ้ายให้ร่างเปลือยหันหน้าไปทางหน้าต่างเท่านั้น ยกขาซ้ายของเด็กหนุ่มพาดกับไหล่ตนเอง ก่อนบดเบียดแก่นกายแข็งกร้าวของตนเองเข้าหาลึกล้ำ

 

 

“อ๊า!” จะว่าตระหนกก็ใช่ที่ ร่างสูงสมวัยของเด็กหนุ่มวัยรุ่นสั่นสะท้านกับท่วงท่าแปลกใหม่ที่ตนเพิ่งเคยกระทำ นัยน์ตาสีแดงเพลิงเหลือบมองใบหน้าพ่อในนามหลับตาพริ้มขณะแนบกายลึกซึมซาบความสุขที่ทะลักล้นปรี่จากช่องทางบอบบางที่รัดรึงจนเขาหายใจแทบไม่ออก

 

 

ไอ้เฒ่าเอ๊ย...นี่น่ะนะ ดวงหน้าคนกำลังจะแต่งงาน

 

 

ฝ่ามือแข็งแกร่งเอื้อมขึ้นคว้าไหล่รุ่นที่ 9 ไว้มั่น สะกิดให้ชายแก่ต้องลืมตาขึ้นมอง “....มีความ...สุขหรือเปล่า” เด็กหนุ่มไล่ริมฝีปากบนที่ถูกปกคลุมด้วยไรหนวด

 

 

“เธอแปลกไปจริงๆ” รุ่นที่ 9 แย้มยิ้ม มองความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของคนที่ตนกกกอดมาหลายต่อหลายครั้ง “แต่หากให้ตอบ ฉันก็ต้องบอกว่า ฉันมีความสุขที่สุดเลยล่ะ” ตอบคำพร้อมกระแทกสะโพกเข้าออกเป็นนัยว่า นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความสุข...

 

 

“อึก อ๊า...อีก....ลึกอีก!” แซนซัสร้องขอพร้อมกับกระชากท่อนขาตัวเองลงจากลาดไหล่อีกฝ่าย มือเลื่อนจากริมฝีปากมาจับไหล่แทน แล้วฉุดรั้งให้รุ่นที่ 9 นอนนาบกับพื้นเตียง ขณะที่ตนเองพลิกขึ้นคุมด้านบน...โดยที่หันหลังให้พร้อมทิ้งตัวดิ่งลงมาจนท่อนกายร้อนผะผ่าวของชายแก่ทิ่มแทงมิดด้าม “อา...!!

 

 

ไม่ใช่เพียงแซนซัสคนเดียวที่กระสันซ่าน ผู้เป็นพ่อก็ไม่ต่างกัน...ใบหน้าที่น่าเกรงขามในสายตาคนรอบข้าง บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยสำลักคมเขี้ยวที่กัดฝังจนเขาหนีไปไหนไม่ได้ หลุมราคะกับห้วงเสน่หาเหมือนโซ่ล่ามตรึงเขาไว้กับเด็กหนุ่มตรงหน้า แนบสนิทเป็นเนื้อเดียวยิ่งกว่าครั้งใดๆ ตกอยู่ในบ่วงตัณหาที่บุตรชายประทานให้ “แซน...ซัส!” ชายผมสีดอกเลากัดฟันขณะมองแผ่นหลังแซนซัสขยับขึ้นลง

 

 

“อา...ตาแก่ อ้า...” เอี้ยวคอส่งสายตาเย้ายวนพร้อมกับเปล่งวาจาแหบแห้งจากการส่งเสียงร้องติดต่อกันเป็นเวลาเนิ่นนาน แต่กระนั้นก็ทำให้เส้นเลือดในกายสูบฉีดอย่างแรง รู้สึกเหมือนยังไม่พอ กระหายจนต้องร้องขอ “...ใส่...ใส่นิ้วเข้ามา...อะ...เร็วสิ!

 

“อะไรนะ” แทบไม่อยากเชื่อหู เด็กคนนี้ช่างคาดเดาอารมณ์ได้ยากจริงๆ

 

 

แต่เหมือนฝ่ายนั้นจะรำคาญเต็มทน จึงดึงมือชายแก่ขึ้นมาแล้วพูดซ้ำน้ำเสียงแทบตะคอก “ใส่ เข้า มา” เขาเน้นหนักทุกคำ

 

 

ไม่ต้องให้พูดซ้ำเป็นรอบที่สาม บอสใหญ่วองโกเล่ยินดีแทรกปลายนิ้วแข็งขืนของตัวเองเบียดแทรกแก่นร้อน “ใช่....อา...อย่างนั้น....” เหลือบมองดวงหน้าคมที่เอี้ยวมองอย่างพอใจแล้วต้องแย้มยิ้ม “....อีกสิ”

 

 

ชายอายุเยอะกว่ารอบสอดเรียวนิ้วเพิ่มตามคำบัญชา ศีรษะแซนซัสเชิดค้างพร้อมกับร้องโดยไม่มีเสียง “......ฮ้า...” ไม่เคยคิดว่าการมีเซ็กซ์กับไอ้แก่ตัณหากลับจะยอดเยี่ยมอย่างนี้ ทั้งปลายเล็บที่ขูดกับผิวเนื้อนุ่ม ทั้งแก่นกายที่กระแทกโดนจุดกระสันหลายครั้งหลายครา....

 

 

นัยน์ตาคมวาวราวราชสีห์เบิกโพลงพลันความโกรธแค้นก็ไหลทะลักท่วมท้นเรือนร่าง ขนาดเด็กหนุ่มยังรู้สึกราวกับท่องอยู่บนธารน้ำอุ่น แล้วชายที่หลงใหลเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้กกกอด...มันจะรู้สึกราวกับได้เหยียบเส้นแดนสวรรค์ขนาดไหน

 

 

....ฉันจะทำให้แกขาดฉันไม่ได้ ไอ้แก่!!!

 

 

ร่างสูงสูดลมหายใจจนเต็มปอด ฝ่ามือข้างหนึ่งอ้อมหลังขยุ้มเนื้อเต่งตึงสมวัยของตนเอง แหวกเส้นทางให้เรียวนิ้วได้บดเข้าใส่ลึกยิ่งขึ้น มืออีกข้างยันตัวไว้กับท่อนขาแกร่งของชายแก่

 

 

“ฉันจะ...ทนไม่ไหวแล้ว...แซนซัส” แก่นปรารถนาเต้นตุบๆ ต้องการอย่างหนักจนเจ็บเหมือนใกล้ระเบิด

 

 

ริมฝีปากคมเหยียดยิ้มชั่วครู่ เจ้าของเรือนผมสีราตรีหยัดกายขึ้นแทบหลุดจากท่อนกายแข็งกร้าวและนิ้วยาวของพ่อในนาม ก่อนจะกระแทกลงมาอย่างแรง!

 

“อ๊า!!!” เสียงร้องประสานยิ่งเพิ่มดีกรีความรุนแรงเข้าไปอีก เมื่อแซนซัสยังคงปรนเปรอความปรารถนาให้อย่างเร่าร้อน เลือดที่ไหลซึมจากช่องทางบีบรัดไม่ได้ทำให้ทั้งสองสนใจมากกว่าเมฆที่เคลื่อนตัวออกจากดวงจันทร์ สาดแสงตรงมายังเรือนกาย เพิ่มความงดงามของหยาดเหงื่อให้ส่องประกายน่าลิ้มลอง

 

 

รุ่นที่ 9 แอ่นสะโพกขึ้นสูงเมื่อลูกชายทิ้งตัวลงมา “อื้อ...ฮ้า...แซนซัส” นิ้วที่ควรเบียดแข่งกับท่อนองคชาต บัดนี้กลับลี้มาขย้ำแก้มก้นซึ่งเต็มตื้นด้วยกล้ามเนื้อดั่งคนออกกำลังกายมาก บีบและบิดระบายความเสียวซ่านที่กำลังประทุอย่างรวดเร็ว

 

 

แซนซัสก็เช่นกัน ลมหายใจร้อนผ่าว ทั่วร่างร้อนราวกับถูกไฟนรกแผดเผา เสี้ยวอารมณ์แห่งความสำราญกำลังจะมาถึงในไม่ช้า “....อ้า อ๊า จะ...จะละลายแล้ว....ยอด...อา....อื้อ อ้า!! พ่อ!!!

 

เจ้าของดวงตาสีเพลิงดั่งต้องไฟลุก กระแทกตัวเป็นครั้งสุดท้าย เหยียดกายเกร็งแน่นพร้อมๆ กับที่ชายแก่ระเบิดน้ำขาวขุ่นอัดแน่นเต็มช่องทางจนล้นทะลักไหลย้อยเป็นสายบนท่อนกายตัวเอง

 

 

แซนซัสหอบหายใจเหนื่อยอ่อน กระดิกกระเดี้ยตัวแทบไม่ไหว พ่ายแพ้ให้กับความรุนแรงที่ตัวเองเป็นผู้กระทำ ผัสสะได้ถึงฝ่ามือร้อนที่ยังคงลูบไล้ผิวเนื้อเขาด้วยความหลงใหลใคร่ถึง ก่อนจะฉุดให้เขาล้มตัวนอนทับร่างตัวเอง ลมหายใจร้อนผ่าวคลอเคลียข้างแก้ม หนวดเคราทิ่มแทงให้จั้กจี้ที่ซอกคอ อยากจะบิดตัวหนี...แต่ความอ่อนล้ามีมากเกินกว่าจะให้ทำตามใจต้องการ แซนซัสปล่อยให้พ่อในนามและบุคคลที่ได้ครอบครองร่างกายเขาทำตามอำเภอใจอยู่พักหนึ่ง

 

 

“ปล่อย...” เอ่ยเสียงแหบและสั่นเครือราวคนหมดเรี่ยวแรง

 

 

“ฉันยังอยากกอดเธอต่ออีกหน่อย” จะว่าทุเรศหรือโรคจิตก็ได้ แต่ชายวัยดึกยังคงต้องการไออุ่นจากเรือนร่างของเด็กหนุ่มที่ตัวเองหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น อยากจะกอดให้เนื้อตัวเขียวช้ำ อยากจะรุนแรงให้เลือดตกยางออก อยากจะทำทุกทางที่จะทำให้เขามั่นใจว่าเด็กคนนี้จะไม่หนีหายไปไหน....

 

 

“ไอ้แก่...” แซนซัสบิดกายให้หลุดจากพันธนาการ ดิ้นไปนอนเคียงข้างด้วยความลำบากลำบน จ้องเข้าไปในดวงตาที่สะท้อนเพียงภาพเงาของเขาเท่านั้น....มันเป็นของเขาโดยสมบูรณ์ สติ ความรู้สึก อารมณ์ ความใคร่ แม้กระทั่งหัวใจของมัน...เป็นของเขาทั้งหมด...

 

 

“....นี่นะหรอ ขี้หน้าของคนที่กำลังจะได้แต่งงาน” เด็กหนุ่มพูดโพล่งขึ้น

 

 

“แซนซัส!” รู้ได้ยังไง เรื่องนี้นับเป็นความลับนี่นา...

 

 

ร่างสูงส่งยิ้มเยาะหยัน ใช้มือต่างที่ค้ำดันตัวขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน “แกนึกว่าความลับมีในโลกหรือไง น่าขำ ดูหน้าแกสิไอ้เฒ่าตัณหากลับ กับคนที่จะได้แต่งกับผู้หญิง แกยังมานอนกอดผู้ชายอยู่เลย แล้วอย่างนี้....ไอ้ท่อนน้อยๆ ของแกจะทำงานตอนที่นอนกับนางสวะได้งั้นหรอ”

 

 

“แซนซัส” หยัดกายขึ้นบ้างแต่กลับถูกผลักให้นอนลงอย่างเดิม “เรื่องนั้นฉันไม่ได้ต้องการเลยนะ”

 

 

“ไม่จำเป็นต้องอธิบาย” แซนซัสรีบขัด ดวงหน้าคมมีรอยยิ้มเย็นชาประดับแน่น

 

 

“ฟังหน่อยสิ ตอนนี้ฉันกอด...” ก่อนจะพูดได้จบความ นิ้วมือแกร่งพลันแตะแนบกับเรียวปากของเขาเป็นสัญญาณให้หยุดพูด รุ่นที่ 9 สบมองด้วยความสงสัยระคนรันทดใจ เขาจะทำยังไงถึงจะได้ความเชื่อใจจากเด็กคนนี้กัน

 

 

“หลับซะ” ร่างสูงออกคำสั่ง ประคองศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสีเทาประปรายด้วยสีขาวขึ้นหนุนตักตนเอง สร้างความตะลึงพรึงเพริดให้แก่หัวหน้าใหญ่แห่งวองโกเล่เป็นอย่างยิ่ง “ไม่ชอบหรือไง” อันที่จริงคำถามนี้ไม่จำเป็นต้องตอบเลยสักนิด แซนซัสสามารถคาดเดาได้ถึงประโยคของชายสูงวัยได้เป็นอย่างดี

 

 

“ได้อยู่บนตัวเธอ ข้างเธอ มีหรือจะไม่ชอบ” ถึงแม้จะยังคงติดใจสงสัยในตัวเด็กหนุ่มที่เขาได้เกียรติถือครอง แต่ก็ยอมหลับพักโดยดี มือหนาโอบเอวของเด็กหนุ่มไว้มั่น ขณะที่ปิดเปลือกตาลงแช่มช้า

 

 

เพียงไม่นานแซนซัสก็ได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอกับแรงกอดรอบเอวที่จางหายไป....

 

 

....หลับไปซะไอ้แก่ หลับให้สบายกับโลกฝันแสนดีของแก.... แซนซัสยิ้มเย็นยะเยือก

....แล้วพรุ่งนี้เช้า ฉันจะให้แกเห็น...โลกความฝันของฉันบ้าง...

 

 

แกจะต้องลงนรก!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างสูงที่เคยแข็งแกร่งกลับดูเปราะบางราวกับแก้วเมื่อยืนอยู่หน้าโลงน้ำแข็งที่มีร่างเด็กหนุ่มอยู่ข้างใน ร่างนั้นไม่ขยับไหวแม้แต่น้อย ถึงแม้ชายสูงอายุจะเปล่งเสียงพูดด้วยเท่าไรก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรทั้งนั้น

 

 

“แซนซัส แซนซัส” รุ่นที่ 9 พร่ำเรียกนามเด็กหนุ่มในโลงน้ำแข็ง ดวงตาเศร้าสร้อยจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมทำแบบนี้ ทำไมถึงแข็งขืนกับฉัน ทำไมถึงอยากได้ตำแหน่งหัวหน้าวองโกเล่ ทำไมไม่อยู่กับฉัน!” กระแทกกำปั้นใส่ไม่ยั้ง แต่ความเจ็บกายไม่ได้เท่ากับความปวดร้าวที่กัดกร่อนจิตใจเลยสักนิด

 

 

“....ฉันควรทำยังไง” ลูบไล้ฝ่ามือกับแท่นเย็น “ฉันจะทนอยู่ยังไง....” เคลื่อนขึ้นระนาบเดียวกับดวงหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลที่เขาเป็นผู้มอบให้

 

 

“ทุกวันฉันต้องทนนอนคนเดียว มันเหงานะ แซนซัส เหงาแทบบ้า!!” ถึงตอนนี้เขาเพิ่งมารู้ซึ้ง....เขาไม่ควรกอดแซนซัสเลย ไม่ควรแตะต้องเกินความจำเป็น เพราะตั้งแต่แรกเจอ...ความทะเยอทะยานที่ฉายชัดในดวงตาก็ประกาศอยู่แล้วว่าเด็กหนุ่มไม่คิดจะหยุดเพียงตุ๊กตาที่ถูกผู้เป็นแม่ขาย

 

 

“เธอไม่เคยหยุดคิดใช่ไหม แค่ควบคุมฉันให้ได้ดั่งใจคงไม่พอสินะ แม้ฉันจะมอบทุกอย่างให้ก็ยังไม่สามารถเติมเต็มเธอได้” นัยน์ตาเลื่อนลอยเหมือนคนไร้สติจ้องมองลูกชายต่างสายเลือดด้วยความคลั่งไคล้เทิดทูนยิ่งกว่าความรักเสียอีก อยากจะละลายน้ำแข็งที่รัดตรึงเด็กหนุ่มไว้ แล้วกอดให้สมอยาก แต่ความคิดนี้กลับถูกหยุดลงเป็นเพียงแค่ความคิดตื้นเขิน

 

 

ดวงตาสีขุ่นมองใบหน้าที่ยิ่งกว่าคุ้นเคย ใบหน้าของคนที่เขารักตั้งแต่แรกเจอ ก่อนจะพบว่าเด็กหนุ่มที่เขารักคนนี้ได้ทำให้เขารู้สึกยังไง....ความรู้สึกที่ทำให้ชายหนุ่มได้แต่ดิ้นรนเหมือนนักโทษที่กำลังเดินขึ้นแท่นแขวนคอ แต่ก็ไม่ถึงสักที....

 

 

ความรู้สึกเดียวกับที่แซนซัสได้ประสบมาตลอดชีวิต....

 

 

“เธอทำให้ฉัน....ตกนรก แซนซัส”

.

.

.

.

.

.

.

.

ฉันจะฆ่าแกให้ตายทั้งเป็น!!

 

 

 

 

END

 

>>>> มะ มะ มะ มืด!!! มืดไปหมดเลย โลกใต้ดินช่างมืดจริงๆ!!!! เวนจะแหย่นิ้วขึ้นไปบนพื้นโลกไม่ได้แล้ว อา....โลกวายใต้ดินนี่....สุดยอด!!!(บ้า)

 

>>>> แบบว่ามาช้ามาก แต่นั่นก็เพราะจะสอบหรอก วะฮ่าฮ่า จะสอบแล้ว!!! เราต้องทำได้ เราทำได้!!!! เราทำได้ (TwT) สู้ข้อสอบกู้โลก!!!

 

>>>> อุแหม่ ช่วงนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ อยากอ่านอะไรที่มันมีหนวด มีเครา มีกล้าม แบบที่คนปกติไม่อ่านกัน จังเลย~~~ เลยเดินทางเสาะแสวงหาไปยังดินแดนลี้ลับที่ไม่เคยมีผู้เหยียบย่างเข้าไป (ส่วนใหญ่จะกระดึ้บ กระดึ้บ?) ได้อันนี้มา!!!

 

 

 

.
SENGOKU BASARA2
โนบุนากะ อุเคะ!!!! ยิปปี้มากเลย ได้มาตั้ง 2 เล่ม วะฮ่าฮ่า ดีใจโว้ย!!!
โนบุนากะ อย่างหล่ออ่ะ น่ารักมั่กมาก~~~
.
.
ได้ Schneizel จาก Code Geass มาด้วย แน่นอนว่า Schneizel อุเคะนะ!!!
 .
.
.
.
ปิดท้ายกับความมหัศจรรย์พันธุ์(ไม่)ลึก การ์ตูนเรื่องฮิตที่มีแฟนๆ นับหมื่นนับแสนคน
แต่ไม่รู้ว่าคู่นี้จะมีคนชอบกี่คนนี่สิ?
.
.
ถึงแม้ว่าโดยส่วนตัวแล้ว เวนจะชอบน้องเบียรับ แต่....เจ้าแว่นรับก็ได้ฟ่ะ(กัดฟัน)
.
.
.
เวนจะสอบแล้ว อวยพรให้เวนด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่า!!!!